เศรษฐกิจย่ำแย่ทำพนักงานขายน่ากลัวขึ้นเยอะ...
posted on 05 Dec 2008 14:50 by velvetnightmare in Freestyleวันนี้เป็นวันหยุด เมื่อวานเย็นเลยมีอารมณ์ไปเดินห้างหลังจากไม่ได้ไปมาซะนาน
ปกติห้างที่เราไปเดินบ่อยจะเป็นพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ลด์ อะไรแถวนั้นเพราะอยู่ใกล้มหาลัย แต่พอดีวันนี้แม่กับน้องชวนไปกะทันหัน เลยแวะห้างแถวบ้านแทน
พนักงานแถวพารากอนส่วนมากจะออกแนวนิ่งๆหยิ่งๆ จะซื้อทีต้องเดินไปเรียก ไม่ก็เดินไปหาแคชเชียร์เอาเอง เราก็โอเคนะ เพราะไม่ชอบที่เวลาจะซื้อของแล้วมีพนักงานมาเดินตามต้อยๆ มันอึดอัดชอบกล มีบ้างบางคนที่หยิ่งมากเกินไปจนเหมือนเวลาไปซื้อต้องไปง้อ แต่โดยรวมถือว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา
เทอมนี้เรียนหนัก เวลาเรียนก็พิลึก เช้ายันเย็น ไม่ก็เย็นยันค่ำ เวลาว่างเลยน้อย พอว่างปุ๊บก็อยากอยู่บ้าน ไม่อยากแวะไหนต่อ อยากกลับมากิน นอน สบายใจ เทอมนี้เลยไม่ได้ไปห้างมาพักนึงแล้ว พอได้มีโอกาสไปห้างอีกทีก็ไม่ใช่ห้างในเมืองแต่เป็นห้างแถวบ้านเราที่อยู่ชานเมืองแทน
ตอนแรกก็เริ่มด้วยการไปซื้อเสื้อหนาว เพราะตัวเก่า(ที่ปกติก็ไม่ได้ใช้เท่าไหร่)มันเก่ามากแล้ว ถ้าจำไม่ผิดจะใช้มาตั้งแต่ตอนไปญี่ปุ่นตอนม.3นู่น เป็นผ้าร่มสีขาวๆ แต่ก็ไม่เก่ามากนะ เพราะว่าเราไม่ค่อยขี้หนาวเท่าไหร่ ใส่ปีนึงวันสองวันอะไรแบบนี้
ในร้านที่ไปซื้อเสื้อก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าเป็นร้านมียี่ห้อ พนักงานหยิ่งเป็นปกติเลยจะสนใจเอาตอนจ่ายตังเท่านั้น แต่พอออกมาเดินในตัวห้างเนี่ยสิ มากันใหญ่เลย
ตอนซื้อเสื้อเสร็จ (ได้มาตัวนึง สีม่วง ชอบบบบบ)น้องก็ไปเดินดูเสื้อที่ขายในจังก์ชั่นที่เป็นพวกร้านเสื้อผ้าทั่วไปไม่มีแบรนด์แบบตัวละ 100-200 ไม่เกินนี้ มหกรรมพนักงานดีเด่นก็เริ่มขึ้นทันที
"สนใจตัวไหนคะ" พี่คนขายพุ่งออกมาหาเรา แม่ และน้อง ที่ยืนดูเล่นๆเฉยๆหน้าร้าน พอเห็นแม่ยิ้มให้ยิ่งเพิ่มการบริการขึ้นอีกระดับนึง
"น้องคนไหนใส่คะ สีอื่นก็มีนะคะ แบบนี้เพิ่งมาใหม่เลย ลองได้นะคะ ชอบมั้ยคะ"
เราก็ยิ้มแล้วหัวเราะแหะๆ คิดในใจว่าถ้าใส่แล้วคงเหมือนเพื่อนพ่อคนนึงที่ชอบใส่ชุดนอนยาวๆออกไปเดินเที่ยวห้างแน่ๆ ว่าแล้วก็ลากแม่กับน้องออกนอกร้านนั้นไป
พอเดินไปเรื่อยๆ น้องเห็นร้านที่ขายของน่ารักๆเป็นคิตตี้ทั้งร้านก็ว่าจะเข้าไปเดินดูกัน เพราะน้องกำลังเตรียมหาของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนกับรุ่นพี่ที่โรงเรียนอยู่ แต่เราเป็นคนสังเกตเห็นว่า แค่เรามองไปทางร้านเขา ทำท่าจะเดินไปทางร้าน พี่คนขายก็แทบจะเดินออกมานอกร้านแล้วมาจูงมือเข้าไป เราเลยไหวตัวทันบอกน้องว่ามองจากข้างนอกก็ได้ ถ้าคิดจะซื้อจริงๆแล้วค่อยเข้าไป
พอเดินได้พักนึง พวกเราก็ย้ายไปซื้อผลไม้ในซูเปอร์แทน ไม่นึกว่าขนาดในซูเปอร์ยังจะมีพี่ๆพนักงานดีเด่นกลุ่มใหญ่แฝงตัวรออยู่อีก
น้องเราที่ยังคงดูลาดเลาของขวัญที่กะจะซื้ออยู่ชวนเราเผลอเดินโฉบเข้าไปแถวๆโซนช็อคโกแลตพวกเฟอเรโร่รอชเชอร์ กิลเลียน อะไรพวกนั้น ขณะที่เรากำลังเดินวนๆดูอยู่ ตอนนั้นเองที่เงาดำมืดแวบเข้ามาด้านหลัง
"สวัสดีค่ะ สนใจยี่ห้อไหนคะ ตอนนี้ทางเรากำลังจัดโปรโมชั่นอยู่นะคะ ลดจาก...เหลือ...ค่ะ"
เราเห็นแบบนี้ก็ส่งยิ้มตามเคยแล้วเดินไปเรื่อยๆเพื่อจะวนไปอีกด้าน แต่ปรากฏว่าพี่เขาก็เดินวนตามเรากับน้องไปด้วย
"ถ้าเป็นยี่ห้อ...ซื้อ 1 กล่อง แถม...นะคะ ถ้าเป็นอันนั้นลดถึงวันที่ 9 นี้เองนะคะ" พี่เขาพูดเหมือนเป็นซับไตเติ้ลให้ทุกครั้งที่เรากับน้องแตะหรือมองกล่องไหน
พอดีพ่อกับแม่ที่ไปซื้อผลไม้เดินมาพอดี เราเลยกับน้องเลยเดินชิ่งออกมา แต่ก็ไม่ไกลนัก แค่ไม่กี่ก้าว พ่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเดินไปที่ชั้นช็อคโกแลตแล้วหันมาเรียกน้องไปดู พี่ๆกลุ่มนั้นก็โผล่มาอีกรอบ ภาพที่เห็นน่าถ่ายรูปเก็บไว้มากเลย (จริงๆก็เอากล้องไปแหละแต่ไม่กล้าถ่าย 55 ไม่งั้นอาจต้องซื้อของเขา) เพราะว่าพี่เขาเดินตามพ่อกับน้องวนไปรอบๆชั้นวางแบบใกล้ชิดมากกกก แถมยังอธิบายบรรยายสรรพคุณแต่ละกล่องแบบกะว่าคงซื้อสักโหลนึงอะไรแบบนั้น กว่าพ่อที่รู้ตัวแล้วกับน้องจะชิ่งออกมาได้ก็คือตอนที่แม่แกล้งเดินมาบอกว่าให้ไปเร็วๆจะไปซื้ออย่างอื่นต่อ แม่เราหน้าดุเขาคงไม่กล้าตื้อมากเลยรอดออกมาได้ 55
นึกว่าซื้อของในซูเปอร์เสร็จแล้วคงจะปิดมหกรรมได้สักที แต่มันไม่ใช่น่ะสิ เพราะพอออกจากแคชเชียร์มา ก็มีกลุ่มคนชุดดำมาดักรออยู่หน้าช่องจ่ายตังเลย
"สวัสดีครับ คุณผู้ชายครับ สนใจทำบัตรเครดิตกับ...มั้ยครับ" ผู้ชายคนนึงพูดกับพ่อเรา พอหันไปแม่เองก็กำลังโดนจู่โจมอยู่เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเป็น "คุณผู้หญิง" แทน 55 คราวนี้ทั้งครอบครัวเลยพร้อมใจกันชิ่งออกไปทันทีแบบไม่พูดไม่จา
แต่ก็อย่านึกว่าจะกลับบ้านได้อย่างสงบสุขเลยนะ ตอนที่กำลังเดินไปลานจอดรถ ก็เดินผ่านร้านแว่นร้านนึงแถวๆซูเปอร์นั่นแหละ เห็นแว่นสวยดีเลยหยุดมองสัก 2 วิได้มั้ง เสร็จกัน พี่สาวคนสวยที่ยืนอยู่ข้างประตูร้านเลยถึงกับเดินออกมา ย้ำว่าออกมานอกร้านเลย
"สนใจยี่ห้อไหนคะ ถ้าดิออร์ ลด...เปอร์เซ็นต์ค่ะ ถ้าดอลเช่แอนด์แกบบาน่าเหลือ...ค่ะ ตอนนี้ช่วงโปรโมชั่น..." หลังจากนั้นเราก็จำได้ไม่ชัดนัก เพราะยิ้มให้ ขอบคุณ แล้วชิ่งออกมาตามระเบียบ
หลังจากขึ้นรถได้สำเร็จในที่สุด เราก็นั่งคุยกับพ่อแม่น้องเรื่อง "มหกรรมพนักงานดีเด่น" นี้ไปพักใหญ่เลย 55
เราไม่รู้ว่าห้างในตัวเมืองแบบพารากอน เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเวิร์ลด์ ตอนนี้พนักงานเป็นยังไงบ้าง เพราะไม่ได้เข้าไปเดินมาพักนึงแล้ว แต่เมื่อวานทำเอาเราเหนื่อยกับการเดินห้างไปเหมือนกัน
เราเป็นคนที่บอกตามตรงว่าโฆษณาไม่ว่าจะแหล่งไหนไม่มีผลอะไรต่อการตัดสินใจซื้อของของเราทั้งสิ้น (ยกเว้นของกิน ยิ่งตอนเห็นตอนกลางคืนนี่...โอ้ว...) เพราะไม่ว่าจะเสื้อผ้า กระเป๋า แชมพู หรือของใช้อื่นๆ ถ้าเราใช้อะไรอยู่ก็จะไม่เปลี่ยนง่ายๆ ใช้ดีก็ใช้อย่างเดิมนั่นแหละไปเรื่อยๆ ถ้าอยากกินอยากใช้อะไรเราจะซื้อเอง ต่อให้เขามาพูดแล้วพูดอีกลดแล้วลดอีก ถ้าเราไม่อยากซื้อก็จะไม่ซื้อ แต่ถึงขายราคาเต็มไม่ลดไม่แถม แต่ถ้าเราอยากได้เราก็ซื้อเลย มันก็แค่นั้น
เราไม่ได้รำคาญหรือรังเกียจกับการที่พี่ๆพนักงานขายมามะรุมมะตุ้มรุมรักเราแบบนี้เวลาเดินซื้อของ เพราะส่วนมากจะมาแบบสุภาพ นุ่มนวล แต่เป็นเพราะ "ความเกรงใจ" ที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจที่จะยิ้มให้ แล้วเดินจากไปเฉยๆโดยไม่ซื้ออะไรของเขาติดมือไปด้วย การเดินห้างของเราเมื่อวานเลยไม่สนุกเท่าที่ควร แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าเศรษฐกิจมันคงแย่จริงๆอย่างที่คนพูดกัน ทุกคนเลยต้องพยายามกันสุดฤทธิ์ที่จะเอาตัวรอด
ก่อนจบแปะรูปดีกว่า...
ถ่ายหน้าห้าง...
น้องหมียักษ์ชอบจัง...
แต่ลูบแลวสากเชียวเพราะใช้วัสดุเดียวกับที่ทำต้นคริสต์มาสแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแทน...
รูปสุดท้ายละ...
ก่อนจบจริงๆ...
พอถ่ายรูปพวกนี้เสร็จ (น้องถ่ายนะ 55) ก็มีโทรศัพท์มาหาเรา ปกติเบอร์แปลกๆจะไม่รับ แต่แม่บอกอาจจะเป็นเพื่อนน้องเลยรับดู ปรากฏว่า...
"สวัสดีค่ะ นี่เป็นการทดลองขยายตลาด(หรืออะไรสักอย่าง)ของ....นะคะ"
".......อะไรนะคะ" เราฟังไม่ค่อยชัด
"พอดีทางเรา แคลิฟอร์*ตู๊ด* ว้าว ฟิตเนส กำลังทำการทดลองขยายตลาดน่ะค่ะ เลยโทรมารบกวนเวลาสักครู่ ขอทราบชื่อหน่อยนะคะ"
"...................." เรานิ่งอึ้งไป 2 วิแล้วกดตัดสายทิ้งไป
เชื่อแล้ว....ว่าเศรษฐกิจมันแย่จริงๆ...
.
.
ปล.หมู่นี้ถึงจะไม่มีเวลา แต่เบื่ออ่านหนังสือ เลยหนีมาอัพบลอคบ่อยๆแทน 55
แล้วเจอกันใหม่ค่ะ ^_^


หลายๆครั้ง ถึงกับคิดในใจว่า
"ถ้าไม่มาตามตื๊อ ก็ว่าจะซื้ออยู่หรอกนะ"
#1 By ~(^ ^o) น้องรั่วแห่งชาติ (o^ ^)~ on 2008-12-05 16:37