รอดตายมาได้อีกเทอม

posted on 05 Mar 2008 14:04 by velvetnightmare  in Freestyle

สวัสดีค่ะทุกคน (หวังว่ายังมีคนหลงเหลืออยู่ให้สวัสดีบ้าง...) หายไปคราวนี้ก็เกือบ 5 เดือน พอดี เพราะเขียนครั้งล่าสุดก็ตั้งแต่ 10 ตุลาปีที่แล้ว

วันนี้มาเล่าสู่กันฟังว่าที่หายไป ไปทำอะไรมา จะทำอะไรซะอีกล่ะ ก็เรียนน่ะสิ ไม่ใช่เรียนธรรมดานะ ตั้งใจเรียนด้วย ฮึ่ม (จะฮึ่มทำไม...)

รู้สึกได้เลยว่าตั้งแต่เรียนมา เทอมนี้เป็นเทอมที่เรียนแล้วคุ้มค่าเทอมที่สุด จะว่าไปอาจจะไม่ใช่แค่ในชีวิตมหาลัย แต่ในชีวิตเลยก็ได้ พูดซะเว่อ จริงๆก็เพราะเทอมที่แล้วเกรดตกนั่นแหละ มันเลยจำเป็นต้องอัพความขยันขึ้นมาอีกหลายขั้น เพราะไม่งั้นตายแน่ (พูดง่ายๆว่าอาการหมู เอ้ย หมาจนตรอกนั่นเอง...)

เทอมนี้ก็มีหลายวิชาที่ชอบ แต่ก็หลายวิชาที่เกลียดเหมือนกัน มันเลยชักไม่แน่ใจว่าคะแนนตอนสุดท้ายจะออกมาเป็นยังไงกันแน่ กลัวว่าถ้ามีแมวหลุดมาวิ่งซักตัวสองตัว (คงไม่ถึงขนาดหมานะ...) วิชาที่ชอบก็คงดึงขึ้นไม่ไหวแน่ น่ากลัววววววว...(จิตตกขึ้นมาทันที...)

มาดูกันดีกว่าว่าเทอมนี้เราเรียนอะไรไปบ้าง

1) Thai Pro Writ
การเขียนภาษาไทยเพื่อวิชาชีพ
THAI PROFESSIONAL WRITING

ตัวนี้เป็นวิชาบังคับคณะ ที่บังคับขู่เข็ญทารุณมันทั้งร่างกายและจิตใจ พูดแล้วยังสยอง... วิชานี้เรียนการเขียนที่(อาจารย์คิดว่าน่าจะ)เป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า เผื่อใครจะเอาไปทำงาน เช่น การเขียนรายงานการประชุม การเขียนจดหมายรูปแบบต่างๆ การเขียนสารคดี การเรียบเรียงข่าว เป็นต้น เรียนในห้องใหญ่พร้อมกัน 300 คน แล้วก็มีบางวันที่แยก sect บ้าง ที่ว่าน่ากลัวคืออาจารย์บางคนจะเช็คชื่อมันซะ 300 คนเลยนี่แหละ แล้วเป็นการเช็คแบบเสี้ยววินาที ถ้าเขาเรียกชื่อแล้วกำลังมัวใจลอยคิดถึงการ์ตูนที่โหลดมาดองไว้ในคอม หรือ ได้ยินแต่ขานไม่ทัน ไม่ดังพอให้เขาได้ยินล่ะก็ เช็คขาดลูกเดียว (อารมณ์ประมาณกำลังเล่นแฟนพันธุ์แท้แบบ 3 วินาทีอยู่...) และถึงจะเป็นห้องใหญ่ ถ้าคิดว่าโดดได้ง่ายดายหายห่วงล่ะก็ คุณคิดผิดซะแล้ว เขาจะตามตัวคุณ โทรหาโคตรเหง้าคุณจนรู้แน่ว่าคุณป่วยจริงไม่ได้อิงนิยาย โดยรวมๆก็เป็นวิชาที่มีประโยชน์ดี ตอนสอบก็อาศัยด้นสดลูกเดียว แถกันไปจนสีข้างถลอก หนังสือและวิทยากรไม่ค่อยช่วยในการสอบเท่าไหร่ (เชิญคนดังๆมาทั้งนั้น แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวข้อที่เชิญเขามาบรรยายไม่ออกสอบซักหัวข้อ...)

2) Bkgd Brit Lit
ภูมิหลังของวรรณคดีอังกฤษ
BACKGROUND TO BRITISH LITERATURE

ตามมาด้วยวิชาบังคับเอก(อังกฤษ) ที่ขนกันมาตั้งแต่ยุค Celtic ถึงปัจจุบันกันเลยทีเดียว อาจารย์ที่สอนสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก มากพอๆกับความยากของวิชาเลยทีเดียว หนังสือเรียนเป็นชีทหนาๆที่เต็มไปด้วยบทกลอน บทละคร และนิยายอันแสนจะไพเราะของอังกฤษ เพียงแต่เราอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยไม่รู้ว่าไพเราะจริงรึเปล่า...งานที่ได้เรียนก็ดังๆทั้งนั้นแหละ คนอื่นบอกนะ เรารู้จักจริงๆอยู่ไม่กี่อัน ส่วนใหญ่ได้ยินแต่ชื่อแต่เพิ่งจะมารู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็เทอมนี้นี่เอง งานส่วนใหญ่ทุกคนก็มักจะได้ดูกันไปในรูปหนังกันแล้วทั้งนั้น แต่มันก็เป็นหนังที่เราไม่เคยคิดจะดู เพิ่งจะมาได้ดูในเทอมนี้อีกเช่นกัน...เหอะๆๆๆ สอบทีเห็นสมุดน้ำตาลมาเป็นเล่มๆ เฮ้อ...จำก็จำไม่ค่อยได้ แถก็แถไม่ค่อยออก ตอนไฟนอลมีให้เลือกทำ 6 ข้อจาก 10ข้อ แต่ดูๆไปก็เหมือนบังคับให้ทำนั่นแหละ เพราะข้อที่เราทำได้มันเท่าจำนวนที่เขาให้ทำส่งพอดี 555+ วิชานี้เป็นวิชาที่เรากลัวแสนกลัวว่าจะทั้งดึงทั้งฉุดกระชากเราลงใต้มีนลึกๆๆๆๆ.....ลึกลงไปเรื่อย.....(บ้าไปแล้ว....) ได้แมวมาซักตัวก็บุญแล้ว

3) Myth Bkgd Eng Lit
ภูมิหลังทางเทวตำนานของวรรณคดีอังกฤษ
MYTHOLOGICAL BACKGROUND TO ENGLISH LITERATURE

วิชาบังคับเอกอีกตัว ก่อนเรียนได้ยินคำขู่มาหนาหูมากกกกกกกก ว่าโคตรยาก โคตรหิน ตายแน่ แกซวยแล้ว แต่อาจจะเพราะโดนขู่นั่นแหละ เลยทำให้เราพยายามมากกว่าวิชาอื่นๆ นี่เลยกลายเป็นหนึ่งวิชาที่ชอบมากๆสำหรับเทอมนี้ ต้องขอบคุณการ์ตูนทั้งฝรั่งและญี่ปุ่นที่ทั้งอ่านทั้งดูมาตั้งแต่จำความได้ ที่ช่วยทำให้เราเรียนวิชานี้ได้อย่างไม่ลำบากเกินไปนัก เนื้อหาก็ประมาณเทวตำนานทั่วไป คิวปิด วีนัส อพอลโล แนวนั้น บวกกับตำนานนอร์สอีกจิ๊ดนึง เรียนไปแล้วแอบชอบมากกว่าตัว Mytho ซะอีก ชื่อก็เป็นเอกลักษณ์จำง่ายกว่า (สำหรับเรานะ เพื่อนบอกยาก...) เนื้อเรื่องก็ไม่น้ำเน่าเท่า ออกแนวสู้ชีวิต ยอมตายเพื่อศักดิ์ศรีเกียรติยศ แมนมากๆ 555+ แต่ที่ลำบากใจคือไบเบิ้ลเนี่ยแหละ ถึงจะดูบัญญัติสิบประการมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ดูเอาหนุกหนาน ไม่ได้ซึมซับอะไร เลยต้องท่องท่องและท่องลูกเดียว ข้อสอบวิชานี้โหดมันฮาดีมาก ให้ข้อมูลของแต่ละคน แต่ละสถานที่ หรือแต่ละสิ่งของมา แล้วเว้นช่องให้เติมชื่อแบบเป๊ะๆ ถ้าผิดแม้แต่อักษรเดียวข้อนั้นก็ศูนย์ไปเลย ถ้าให้เขียนตอบยาวๆ ถึงจะคำตอบถูกแต่ถ้าผิด tense ผิดแกรมม่าก็ตัดจุดละหน่อยจุดละหน่อยจนแทบไม่เหลือ.... โคตรกลัวเพราะเราห่วยแกรมม่า แต่คะแนนวิชานี้ของเราก็ออกมาดีผิดคาด เลยค่อยโล่งใจหน่อย (แต่ได้ข่าวว่าไฟนอลก็แถไม่ใช่น้อย...)

4) Sound Syst Eng
ระบบเสียงภาษาอังกฤษ
THE SOUND SYSTEM OF ENGLISH

วิชานี้เป็นวิชาเลือกหมวดอังกฤษ หรือ Gen-Eng สายทักษะ เรียนแบบชื่อวิชาเลย(ตรงมากๆ) เริ่มตั้งแต่เสียงออกมาจากไหน ลมผ่านปอดมาแล้วยังไง ไปไหนต่อ อวัยวะที่ใช้สร้างเสียงพูดของคนคืออะไร ชื่ออะไร ทำงานยังไง (บทแรกๆนึกถึงวิทย์กายที่ห่างเหินไปนาน...) เรื่อยไปจนถึงระบบ Phonetic Symbol พวกตัวพิลึกกึกกือที่ใช้อธิบายคำอ่านของแต่ละคำศัพท์ในดิคที่เราเห็นกันนั่นแหละ จนตอนนี้บางทีเผลอเขียนคำตอบของวิชานี้เป็นซิมโบลก็มี 555 อาการหนัก ข้อสอบก็มีทั้งพูดตัวต่อตัวกับอาจารย์ ต้องอ่านทั้งคำ ทั้งประโยค และบทอ่านให้ถูกต้องตามที่เรียนมา ทั้ง Stress เสียงขึ้นลงยังไง หนักเบายังไง แล้วก็มีสอบฟัง(Lab) ฟังได้ยินอะไร เขียนออกมา ทั้งแบบธรรมดาแล้วก็ซิมโบล สุดท้ายก็สอบเขียนธรรมดา มีให้เขียนประโยคธรรมดาเป็นซิมโบลด้วย (รู้สึกเหมือนกำลังเรียนโบราณคดีชอบกล...ออกแนวแกะภาษาอียิปต์เป็นอิงค์ อิงค์เป็นอียิปต์....) เรียนแล้วรู้สึกทั้งยากแล้วก็ง่าย เพราะมันหลายแนวมาก

5) Gram Struc Eng
ระบบไวยกรณ์ภาษาอังกฤษ
THE GRAMMATICAL STRUCTURE OF ENGLISH

วิชาเลือกหมวดอังกฤษอีกตัว มันเหมือนจะเป็นญาติกับวิชาข้างบน ญาติห่างๆ เพราะจับเอาประโยคธรรมดาประโยคเดียวมามองให้มันไม่ธรรมดาได้ เช่น The ballet company invited other choreographers to contribute to its repertory. อย่าว่าแต่ให้แยกย่อยออกมาเป็นส่วนๆเลยว่ามันคืออะไรบ้าง แค่ให้แปลความหมายของประโยคนี้ยังไม่มีปัญญา... แต่วิชานี้สอนให้เราต้องมองลึกลงไปมากกว่าความหมายว่ามันแยกออกมาได้ว่า....

 

ข้างบนนี่เรียกว่าการตัด IC Cut ดูมึนๆแต่ทำๆไปก็หนุกเอง (เอ๊ะ...หรือเพราะชิน...) แล้วก็มีอีกว่าประโยคนี้ฟังกำกวมมั้ย ถ้ากำกวมเพราะอะไร ถ้าไม่เพราะอะไร เรียนแล้วก็คิดอยู่เหมือนกันว่า จะเอาไปใช้อะไรดีหว่า....IC Cut ประโยคตามถุงกล้วยแขกระหว่างรอรถเมล์อะไรแบบนี้รึเปล่า...

6) Jp Comm II
ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสาร 2
JAPANESE FOR COMMUNICATION II

โหด หิน ทารุณ ไร้ความปราณี แฮ่กๆ....(ใส่อารมณ์จนเหนื่อย...) สุดจะบรรยาย ทำไมญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสาร 1 กับ 2 มันถึงได้ก้าวกระโดดขนาดนี้ แล้วขอร้องเถอะ นี่วิชาโทนะคะ ไม่ใช่วิชาเอก ยากโคตรรรรรรรรรร น่าเปลี่ยนเป็นชื่อวิชา "คันจิศึกษา" มากกว่า เน้นเหลือเกิน ชอบมากกกกกกกกกกกกก ตอนมิดเทอมพลาดท่าอย่างรุนแรง เพราะเราเป็นพวกถ้าท่องญี่ปุ่นจะจำศัพท์จำคันจิได้เกือบหมดถึงหมด แต่ได้เฉพาะที่บอกจะออกเท่านั้น นอกเหนือไม่แล เลยล้มไม่เป็นท่า เขียนคันจิง่ายๆอย่าง น้ำตาล กับ นาฬิกาไม่ได้..... พอไฟนอลเลยฟิตจนไฟลุก ท่องหมด อะไรสอนอะไรให้จด ท่องมันให้ตายเลย เอาซี๊ๆๆๆๆๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้เกรดอะไร...

7) Spanish COMM
ภาษาสเปนเพื่อการสื่อสาร
SPANISH FOR COMMUNICATION

สุดท้ายคือตัวนี้แหละ ตอนแรกกลัวจนจะไปถอนออกละ แต่พอได้เรียนปรากฏว่าอาจารย์น่ารักมากกกกกกกก เป็นอาจารย์ผู้ชายใส่แว่น ผมขาวๆนิดๆ ใจดีมากกกกกกกกกกกกก ไม่เรียกพูดเรียกถามทีละคนด้วย แถมช่วยนักเรียนสุดๆ คะแนนตอนยังไม่หารมีตั้ง 400 คะแนน 555+ คะแนนเฟ้อมาก ความจริงเราถนัดวิชาภาษาตะวันออกมากกว่า แต่เรียนอิตาเลียน 1 มาก่อนตอนปีหนึ่ง มันก็พอเอามาใช้กันได้ อ่านคล้ายกันจนเกือบเหมือนเด๊ะ เวิร์บก็ผันคล้ายๆ สรุปรุ่งกว่าตอนเรียนอิตาเลียน มีสอบพูดด้วยแต่ก็โอเค ตอนแรกกลัวจนวิตกจริต ถึงขึ้นเก็บไปฝัน บ้างนอนไม่หลับบ้าง วิชานี้แหละ วิชาแห่งความหวังที่จะช่วยดึงเกรดได้ 555

โดยสรุป นี่คือวิบากกรรมที่เราต้องไปเผชิญมาในเทอมนี้ เทอมที่เราต้องงดอัพบลอค ต้องอ่านหนังสือเรียนแทบทุกวัน (ช่วงเปิดใหม่ๆอ่านทุกวันนะเออ...) ก็หวังว่าผลคงออกมาดีขึ้นกว่าเทอมที่แล้ว ไม่งั้นตายแน่ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เครียดจนบ้าไปแล้ว...

เปิดเทอมคราวนี้ก็จะขึ้นปี 4 ละ คิดแล้วก็เร็ว เร็วเกิน นี่ฉันจบไปจะไปทำอะไรเนี่ย แถมในหัวยังรู้สึกโล่งโปร่งสบายแบบมีปีกอยู่เลย นี่เรียนมาจะ 4 ปีแล้วจริงๆเหรอ ไม่อยากเชื่อตัวเอง....

เอาเถอะ...เลิกเพ้อดีกว่า...

ไว้เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ

ปล. ถ้าไม่ขี้เกียจเกินไปคงเปลี่ยนธีมเร็วๆนี้...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เหลือติดอีกวิชาเลยต้องเรียน 4ปีครึ่ง เซ็ง

พี่ที่ภาคพูดว่าที่เรียนเทอมนี้อาจได้ F ตัวหนึ่ง
เลยบอกไปว่า "ไม่เรียนแล้ว ไปเรียนคอมที่ชอบ แล้วหางานทำดีกว่า เบื่อแล้ว"

ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากที่ตัวเองไม่ตั้งใจเรียน
แต่อย่างน้อยตัวเองก็ไม่ได้แอบเอาโพยเข้าห้องสอบแบบคนอื่นๆ ถ้าต้องตกเพราะซื่อสัตย์ก็เอาสิฟ้ะ

จะตะโกนใส่อาจารย์เลยว่า "ถึงกูโง่ แต่กูก็มีศักดิ์ศรีเฟ้ย"

#1 By Noah on 2008-03-05 15:40

ทรหดจริงๆ เรียนเอก eng ได้นี่ก็เก่งเนอะ
วิชาของเราเทอมที่ผ่านมานี่รู้สึกว่ามีแต่วิชาแถๆซะส่วนใหญ่อ่ะนะsad smile

ปิดเทอมก็พักให้มากๆเน้อ

#2 By Zodiac.L. on 2008-03-05 16:46

พี่ฮิซาย้าาาาาาาา ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึ๊งงงงคิดถึง พี่สมัครบอร์ดใหม่แล้วยางเนีย

รอดมาได้อีกเทิอม ยินดีด้วย ปรี๊ดๆๆ เป่าแตร

ป.ล.ยุ่นน่ากัวจังแฮะ

#3 By TakeClaire on 2008-03-05 19:01

.....4 ภาษาในเทอมเดียว ถ้าเป็นผมคงได้มึนตายแหงเลยครับ sad smile (จริงๆเคยมีคนยุให้ไปเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นของอักษรเหมือนกันแต่หาเวลาว่างลงไม่ได้ซักที sad smile )

#4 By SRP on 2008-03-05 21:53

โอ้หายไปนาน อ่อ เรียนเอกอังกฤษนี่เองเหรอค่ะ เพื่อนเราก็เรียกบ่นว่าหนักเหมือนกัน ยังไงก็สู้ๆอีกเทอมเดียวน้า ขอให้ได้เกรดสวยๆจ้า ^^

#5 By :::[[Hisoka]]::: on 2008-03-05 22:15

ทำมัยวิชาเรียนมันน่าสนุกงั้นอะ

#6 By ~@Asami@~ on 2008-03-06 11:32

อ่านมาเรื่อยๆไอวิชาข้อ 5 เหมือนที่เราเรียนเลย เห็นตัวอย่างแล้วเสียวสยองมากเพราะจำได้ว่าไม่รู้เรื่อง 555

อืม เห็นเพื่อนตั้งใจเรียนเราก็ดีใจ ขอให้เกรดออกมาเอเยอะๆนะจ๊ะconfused smile

ป.ล ขึ้นปี 4 แล้วใช่ม้า ส่วนเราขึ้นปี 5 ไว้ไปรับปริญญาพร้อมกันน้า (ว่าแต่เราเองจะทนเรื่องจนจบได้รึเปล่าเนี่ย เซ็งคณะตัวเองอย่างมากsad smile)

#7 By +Muse+ on 2008-03-06 17:47

เรียนอักษรเหมือนกันแต่ขึ้นปีสองค่า
ยังไงถ้าอยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับรายวิชาเอกอังกฤษจะได้มั๊ยคะ (ยังไม่ได้เลือกเอก กะว่าจะเข้าเอกอังกฤษค่ะ)

big smile

#8 By :) (125.25.207.210) on 2008-03-09 11:43

^
^
^
ได้ค่าาาาcry
ด้วยความยินดีsurprised smile
มีอะไรถามมาได้เลย (ถ้าพี่ตอบได้นะ55)

#9 By ::HIS@Y@:: on 2008-03-09 13:49

พี่เล่นเอ็มป่าวคะ
ถ้าเล่นเด๋ว add ไป ขอเมล์ได้ป่าวค่ะ ><
แต่ถ้าไม่เล่นก็ ไงดีหว่า

#10 By :) (125.25.207.210) on 2008-03-09 20:07

โอ้ว รู้สึกเอ็นทรี่นี้ช่วยไกด์ว่าจะลงอะไรดีปีหน้าเลยค่ะพี่confused smile

เริ่มกลัว Thai Pro writ เพราะไม่ได้เขียนอะไรเป็นภาษาไทยยาวๆมาปีเต็ม (โยนความผิดให้ Eng Compo สองตัว เหอๆ)
Mytho นี่ชื่อกระฉ่อนจริงๆด้วยนะพี่ (เป็นเพราะคนสอนรึเปล่า ฮา) แต่เป็นอีกวิชาที่รอเรียนค่ะ Bkgr Brit ด้วย (ชอบสายวรรณคดีค่ะ สนุกกับมันแล้วแถให้รอดพอ 555~)
Sound Sys เป็นยังงี้นี่เอง!! ชักหวั่นไหว ไม่รู้จะลงอันนี้รึ Gramstruc ดี (กลัวโดนสตรัคจนสติแตกก่อน T^T เข็ดหลาบกับ Syntax)

อา ตรงกันข้ามกับพี่เลย รู้สึกว่าถนัดภาษาตะวันตกมากกว่า TvT
ไม่รู้จะเรียนไหวรึเปล่า Jap Comm...


หวังว่าคะแนนคงออกมาดีนะคะ double wink

#12 By K o M o . on 2008-03-17 19:38